ปากแห้ง เกิดจากอะไรได้บ้าง

%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87

หลายคนที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว แต่ปากก็ยังแห้งอยู่ อาการแบบนี้สงสัยว่าจะไม่ใช่แค่ขาดน้ำอย่างเดียวแล้ว จริงๆ แล้วการที่เราปากแห้งแตกนั้น ร่างกายกำลังบอกว่าเรากำลังขาดวิตามินบีรวม ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ผิวแข็งแรง โดยเฉพาะริมฝีปากที่เป็นผิวที่บอบบางมาก มาดูกันค่ะว่าวิตามินบีรวมนั้นมีอะไรบ้าง

วิตามินบี 2 หรือ riboavin ถ้าขาดเจ้าตัวนี้ไป ผม เล็บ และผิวจะกระด้างไม่สวย รวมไปถึงริมฝีปากด้วย แหล่งทรัพยากรที่มีวิตามินบี 2 อยู่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม ไข่ ผักใบเขียว ถั่ว และเนื้อไม่ติดมัน

วิตามินบี 3 หรืออีกชื่อคือ niacin ถ้าร่างกายเราขาดวิตามินตัวนี้ สังเกตง่ายๆว่าปากจะแห้งแตก ผิวหนังอักเสบแดง ลิ้นและปากบวม ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี 3 13-20 มิลลิกรัมต่อวัน ต้องอย่าลืมเลือกอาหารอย่าง ปลาทูน่า เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ธัญพืช ผักใบเขียวและนม

วิตามินบี 6 หากขาดวิตามินนี้หรือที่มีอีกชื่อว่า pyridoxine จะทำให้เราเป็นปากนกกระจอกค่ะ แถมผิวพรรณมีปัญหาด้วย และอีกเช่นเคย เนื้อ ธัญพืช ผักใบเขียว และพืชมีฝักต่างๆ จะทำให้เราไม่ขาดวิตามินบี 6 ปลอดภัยจากโรคปากนกกระจอก

สังกะสี ถ้าขาดสังกะสีไปมากก็มีโอกาสแห้งแตกได้ค่ะ แม้ว่าจะกินน้ำเยอะก็ตาม เราควรได้รับสังกะสีวันละ 10-25 มิลลิกรัมก็พอ ถ้าได้รับเกิน 100 มิลลิกรัมขึ้นไปนั้นมันจะเป็นพิษต่อร่างกายค่ะ อาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี คือ โฮลเกรน เนื้อวัว เนื้อหมู ถั่วต่างๆ ชีสเกาด้าและสวิส

รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมกินอาหารที่มีวิตามินบีรวมให้เพียงพอด้วยนะคะ ปากของเราจะได้นุ่มชุ่มชื่น น่าจุ๊บขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ